เคลียร์ข่าวชัด 7HD – คดีสะเทือนขวัญ ฆ่าโหด 3 ศพในสวนยาง ไม่เว้นแม้แต่ภรรยาตัวเอง ตอนนี้ชาวบ้านระแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุคงสบายใจขึ้น หลังจากตำรวจตามจับฆาตกรได้แล้ว ซึ่งรับสารภาพสาเหตุที่ต้องฆ่า เพราะแค่ถูกมองหน้า และที่ฆ่าภรรยาตัวเองด้วย เพราะเป็นคนเห็นเหตุการณ์
ตำรวจใช้เวลาเพียง 1 คืนตามล่าตัว นายรอน วันเสนา หรือ บังรอน อายุ 40 ปี หนุ่ม สปป.ลาว ที่ใช้มีดพร้าและมีดอีโต้ ไล่ฟันนายสงกรานต์ สุนภูเขียว อายุ 47 ปี เจ้าของสวนยาง นายสรวิทย์ ปกครอง อายุ 43 ปี และนางสาวจารุวรรณ โสกาวิน อายุ 45 ปี ภรรยาของตัวเองเสียชีวิต ภายในสวนยางพารา หมู่ที่ 2 ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เหตุเกิดเมื่อเย็นวานนี้
โดยหลังได้รับแจ้งมีการฆ่ากันตายคาสวนยางดังกล่าว ตำรวจได้ออกติดตามจับกุมตัวคนร้ายตลอดทั้งคืน จนเช้าวันนี้ชาวบ้านให้เบาะแสว่าพบผู้ต้องสงสัยเดินอยู่ตามถนนระหว่างหมู่บ้านกุดดู่-บ้านน้ำทอนใต้ ตำบลด่านศรีสุข อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย ห่างจากจุดเกิดเหตุ 3-4 กิโลเมตร จึงนำกำลังตรวจสอบ พบ นายรอน หลบซ่อนอยู่ในป่าข้างทาง สภาพอ่อนเพลีย อิดโรย เนื่องจากอดอาหารมาตลอดทั้งคืน จึงจับกุมตัวไว้ คุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ศรีเชียงใหม่
นายรอนให้การว่า ตัวเองกับภรรยาทำงานรับจ้างที่สวนยางพาราของนายสงกรานต์ เมื่อวานหลังจากตัดหญ้าเสร็จได้ตั้งวงดื่มสุรากับภรรยาตัวเอง ส่วนนายสงกรานต์นั่งอยู่ใกล้กัน มีการหยอกล้อกับภรรยาตนเองหลายครั้ง และสังเกตเห็นนายสงกรานต์เอามือจับมีด และมองหน้าตัวเองบ่อยครั้ง จึงระแวงว่าจะถูกทำร้าย ตัดสินใจคว้ามีดพร้าลุกเดินไปหานายสงกรานต์ แล้วเงื้อฟันจนเสียชีวิต ส่วนภรรยากับนายสรวิทย์ เห็นเหตุการณ์จึงฆ่าปิดปาก โดยตำรวจคาดว่านายรอน น่าจะประสาทหลอนคิดว่านายสงกรานต์จะทำร้าย
ขณะที่ นายจรัญ โสกาวิน พี่ชายภรรยานายรอน บอกว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะก่อนเกิดเหตุยังขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงานด้วยกันเลย และไม่คิดว่านายรอนจะโหดเหี้ยมขนาดนี้
ตำรวจตรวจสอบพบว่า นายรอน เข้ามาทำงานถูกต้องโดยมีบัตรสีชมพู และได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนที่ตำรวจจะแอบนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสาภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยไม่ให้ใครรู้รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย เพราะกลัวจะเกิดเหตุรุนแรง เนื่องจากญาติผู้เสียชีวิตยังอยู่ในอาการโกรธแค้น แต่ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งอกที่ตำรวจตามจับฆาตกรโหดรายนี้ได้







