ตร. บช.ปส. ร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน แถลงข่าวจับกุมคดี ยาเสพติด 5 คดี ยึดของกลางจำนวนมากยาบ้ากว่า5ล้านเม็ด กัญชาอีกพันกิโล
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มี.ค.2564 ที่บช.ป.ส. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4 พร้อมด้วย กอร.มน. ศรภ. บช.ทท. ศุลกากร หน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA) ประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมคดียาเสพติด 5 คดี ผู้ต้องหา 15 คน
พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา บช.ปส. ร่วมกับจนท.ตำรวจ ศข.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ DEA ประจำประเทศไทย ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหารวม 8 คน 1.นายอนันต์ สุขโข อายุ 46 ปี 2.นายคมกริช ฤทธิ์กระจาย อายุ 36 ปี 3.นายธรรม์ณพ เต็มสัมฤทธิ์ อายุ 51 ปี 4.นายอัยรัตน์ สุคนธา อายุ 27 ปี 5.นายอดิศร กาลบุญ อายุ 19 ปี 6.นายพัทธนันท์ เหล่าศิริถาวร อายุ 21 ปี 7.นายอัครพนธ์ สวัสดิ์ล้น อายุ 22 ปี 8.น.ส.เดือนเพ็ญ พรไธสง อายุ 25 ปี
ที่ทาวน์เฮ้าส์ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 พร้อมของกลางจำนวนมาก เพื่อจะส่งออกไปยังประเทศที่ 3 โดยจะมีการลำเลียงมาซุกซ่อนไว้ในเขตกรุงเทพ จึงได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางกัญชา น้ำหนัก 1,003 กิโลกรัม ยาไอซ์ น้ำหนัก 44 กรัม ยาบ้า 69 เม็ด ยาอี 10 เม็ด เคตามีนชนิดน้ำ 99 ขวด เคตามีนชนิดผง 700 กรัม และอาวุธปืน 3 กระบอก พร้อมกระสุน
ตรวจยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบ บ้านทาวน์เฮ้าส์ 1 หลัง รถยนต์ 5 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน อาวุธปืนยาว 2 กระบอก รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดเบื้องต้นประมาณ 4,500,000 บาท และนำผู้ต้องพร้อมของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน บก.ปส.1 ดำเนินคดีต่อไป

คดีที่ 2 พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.,เจ้าหน้าที่ตำรวจ จว.เลย ร่วมจับกุมผู้ต้องหา 2 ค 1.นายบดินทร์ สาที อายุ 28 ปี น.ส.อมรพิมล ชันบุตร อายุ 31 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า ประมาณ 85,000 เม็ด ยาไอซ์ 200 กรัม รถยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง จับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณบ้านทามไฮ ต.ดงซน ต่อเนื่องบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ตำบลงิ้วด่อน อ.เมือง จว.สกลนคร สืบทราบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด
โดยนำมาจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนใน และบางส่วนจำหน่ายให้นักค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยจะนำยาเสพติดที่ซื้อขายกันไปวางไว้ตามจุดต่างๆแล้วให้ผู้ซื้อมารับเอง โดยใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ จึงวางแผนจับกุม โดยจัดกำลังตำรวจเฝ้าตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาขับรถผ่านเพื่อทำการจับกุม เมื่อถึงเวลาเกิดเหตุ ระหว่างเฝ้าติดตาม พบผู้ต้องหาขับรถยนต์ของกลาง นำยาบ้าที่ตกลงซื้อขายกันไปวางให้ลูกค้ายังสถานที่เกิดเหตุ จึงทำการตรวจค้นจับกุม ได้พร้อมยาเสพติดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ดำเนินคดีต่อไป

คดีที่3 พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.เลย ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน นายวีรศักดิ์หรืออ๊อฟ ทองปิก อายุ 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 5,320,000 เม็ด รถยนต์บรรทุก 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนสายวังสะพุง-หล่มเก่า ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย
เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ โดยใช้ชื่อว่ากลุ่มนักบินเพชรบูรณ์ มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดโดยนำมาจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนจับกุม เมื่อถึงวันเวลาที่เกิดเหตุ ระหว่างเฝ้าติดตาม พบผู้ต้องหาขับรถยนต์ของกลางนำยาบ้าจะไปส่งให้ลูกค้า จึงเรียกให้หยุดและขอทำการตรวจค้น จึงพบยาบ้า ซุกซ่อนในรถยนต์ จึงทำการจับกุม ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ดำเนินคดีต่อไป
คดีที่ 4 พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจจว.เลย ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 คนนายธงชัย โกสุมา นายสรายุธ วงศ์แต้ม จับกุมได้ที่บริเวณริมถนนชยางกูร ต.โนนหนามแท่ง อ.เมือง จว.อำนาจเจริญ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจปส.2 ตรวจยึด ไอซ์ 754 กก. ยาบ้า 180,000 เม็ด พร้อมรถยนต์มิตซูบิชิ และได้ทำการสืบสวนขยายผล จนพบรถนำในกลุ่มเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด เป็นรถกระบะ อีซูซุ
ตรวจสอบพบว่า เป็นรถของนายธงชัย และรถยนต์เก๋ง ฮอนด้าซีวิค เป็นป้ายทะเบียนปลอม และได้มีการนำรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซีวิค มาจอดไว้บ้านเลขที่ 24 หมู่ 5 ต.โคกคอน อ.ท่าบ่อ จว.หนองคาย ซึ่งเป็นบ้านของ นายสรายุธ ต่อมามีการเคลื่อนย้ายรถยนต์ไปเก็บไว้ที่อื่น และนอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้งสองพยายามที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศมาโดยตลอด ชุดสืบสวน จึงได้เฝ้าสืบสวนติดตามเรื่อยมาสืบทราบว่า

กลุ่มผู้ต้องหาที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติด ได้นำรถยนต์โตโยต้า Fortuner มาจอดไว้ที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 5 ต.โคกคอน อ.ท่าบ่อ จว.หนองคาย บ้านของนายสรายุธ ต่อมาได้เคลื่อนย้ายไปจอดบริเวณกระท่อมกลางทุ่ง บ้านหนองผือ อ.บ้านผือ จว.อุดรธานี จนกระทั่ง รถยนต์โตโยต้า Fortuner ได้วิ่งเข้าไปถนนเลียบริมน้ำโขง บ้านเวิน ต.ปะโค อ.เมือง จว.หนองคาย เพื่อไปรับยาเสพติด ชุดสืบสวนจึงได้สะกดรอยติดตาม ตั้งแต่จังหวัดหนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น เพื่อพิสูจน์ทราบ จนแน่ชัดว่า เป็นรถที่ลำเลียงยาเสพติด จึงได้ทำการจับกุม
แต่ผู้ขับขี่ได้อาศัยความชำนาญขับรถหลบหนีเข้าไปในบริเวณป่าอ้อยท้ายหมู่บ้าน อ.แก้งสนามนาง จว.นครราชสีมา แล้วทิ้งรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้เข้าตรวจสอบ และตรวจยึดยาเสพติด ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ พบ ยาไอซ์ ยาบ้า และ เคตามีน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน จึงได้เสนอศาลขอออกหมายจับ รวมมูลค่าตรวจยึดทรัพย์สิ้นทั้งสิ้น 3,300,000 บาท และขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป
คดีที่5 พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปส.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ศรภ.12 ได้จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 2 คน นายศักดิ์สิทธิ์ หรือตั้ม หรือจาน บุญอภัย อายุ 44 ปี นายพงษ์เทพ นิลสูงเนิน อายุ 32 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 100,000 เม็ด ทรัพย์สินที่ยึดไว้ตรวจสอบ รถยนต์เก๋ง 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน อาวุธปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ทรัพย์สินทั้งสิ้น 465,000 บาท จับกุมได้ที่บริเวณริมถนน ต.แชแล อ.กุมภวาปี จว.อุดรธานี

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ (ส.ป.ป.ลาว) ซึ่งทราบว่ามีนายจาน เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญต้องการจำหน่ายยาเสพติดจำนวน 50 มัด จากนั้นทราบว่ามีการตกลงซื้อขายกันและนัดส่งมอบยาเสพติดบริเวณริมถนน ต.แชแล อ.กุมวาปี จว.อุดรธานี โดยนายจานจะนำยาเสพติดไปวางไว้ในรถยนต์เก๋ง ที่จอดไว้ เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนสะกดรอยติดตาม
กระทั่งพบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวจอดอยู่ จึงเข้าไปทำการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบยาบ้า จำนวน 100,000 เม็ด วางอยู่บนเบาะด้านหลังคนขับ จึงเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณใกล้เคียง ต่อมาพบชายไทยมีท่าทางพิรุธ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ขับขี่เข้ามาใกล้รถยนต์เก๋งคันดังกล่าว
เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้น แต่ชายไทยทั้ง 2 คน พยายามขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมของกลางส่ง พงส.บก.ปส.4 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







