แม้ตามปฏิทินการเมืองและจังหวะเคลื่อนไหวพรรคเพื่อไทย นับจากเปิดสมัยประชุมสภาฯ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นไป เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ถูกจัดอันดับความสำคัญไว้ท้ายสุด รองจากการพิจารณากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.ในวาระ 2-3 และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2566
ถึงวันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้ข้อสรุป พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ พลังปวงชนไทย ยังไม่เคาะสรุปทั้งจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย เนื้อหาสาระ และวันที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ตามปฏิทินการเมือง พรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่ากันว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อประธานสภาฯ อาจทอดยาวไปถึงช่วงปลายเดือนมิถุนายน และนับจากนั้นจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ กว่าจะบรรจุญัตติ กำหนดวันอภิปราย ใช้เวลาอีกประมาณ 15 วัน เท่ากับว่ากว่าจะได้อภิปรายจริงจะอยู่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมไปแล้ว
‘ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร’ รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เดินเกมแรง หงายหน้าไพ่ เปิดอภิปรายรัฐบาลประยุทธ์รายวันอย่างต่อเนื่อง ความพยายามของกรมธนารักษ์ ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง ที่จะลงนามในสัญญา โครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาทให้ได้ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตการออกประกาศเชิญชวนบริษัทที่มีคุณสมบัติ ที่บางบริษัทควรจะได้งานไป กลับไม่ได้ บริษัทที่ไม่ควรได้งานไป กลับได้งานไป พบข้อพิรุธระหว่างทางมากมาย
แม้การลงนามในสัญญาจะถูกเลื่อนออกไปแล้ว แต่ยุทธพงศ์พยายามชี้และโยงไปถึงรัฐมนตรีในรัฐบาล บิ๊กราชการ เอกชนที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องอีก 5 ราย และเตรียมยื่นให้ ป.ป.ช.เอาผิด พร้อมกับเปิดตัวละคร ‘พิเชษฐ สถิรชวาล’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่มาจากพรรคเล็กเดิม ในวันนี้ถูกตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม 16 กับ ส.ส.พรรคเล็กอีกบางคน ที่แม้จะอยู่ในซีกรัฐบาล แต่ก็ไม่เห็นด้วย
พิเชษฐส่งสัญญาณ หากต้องยกมือไม่สนับสนุนรัฐมนตรี พลังประชารัฐบางคนไม่กลัวบทลงโทษที่จะตามมา ขณะที่ยุทธพงศ์ส่งสัญญาณเป็นระยะๆ ขณะเปิดอภิปรายรายวันว่า มีข้อมูลเด็ด หมัดน็อก พล.อ.ประยุทธ์ อย่าชิงยุบสภาฯ ก่อนวันยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ยุทธพงศ์จะส่งเสียงขู่รัฐบาลประยุทธ์เป็นระยะๆ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป ดูเหมือนว่าเรื่องนี้เดอะโจ้จะสวมบทฉายเดี่ยว ออกหน้าเล่นเอง ไม่ได้มาจาก ภาพรวมของพรรคเพื่อไทย และบุคคล ที่ชักชวนกันไปร่วมรับประทานอาหารกับพรรคเล็ก ล้วนเป็นคนที่สนิทสนมกันในกลุ่มของยุทธพงศ์
ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.โต้ง-นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี มด-น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย และหญิง-น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขณะฝั่งที่ไปเจรจา ที่อ้างว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลประยุทธ์ มีเพียง พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับ มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เพียงเท่านั้น
ในภาพรวมของพรรคการเมืองขนาดเล็กที่เคยจับมือกันแยกตัวออกมา รวมไปถึงพรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ที่เป็นคีย์แมนคนสำคัญ ยังไม่ได้คล้อยตามไปกับกระแสเรื่องนี้
เมื่อดูจำนวนเสียงในสภาฯ การจะล้มรัฐบาลได้ต้องอาศัยเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภาฯ ซึ่งในวันนี้เมื่อนับจำนวน ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องได้ 238 เสียงเป็นอย่างน้อย แต่ด้วยตัวเลขพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันนี้มีเพียง 208 เสียงเท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง พรรคร่วมฝ่ายค้าน พยายามเปิดเกม ดีล หวังรวบพรรคเล็กบางพรรค และเครือข่าย 18 ส.ส.ของกลุ่มธรรมนัสทั้งหมดมาเป็นพวกให้ได้ แต่เมื่อนับจำนวนเสียงแล้ว ยังไม่เพียงพอต่อการล้มประยุทธ์ให้ได้ในสภาฯ และต้องไม่ลืมว่า จำนวนเสียงฝ่ายค้านในเวลานี้ ยังไม่นับรวมงูเห่า งูแฝง ที่ยังไม่แสดงตัว แฝงอยู่ในพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกจำนวนหนึ่ง ดังนั้นสมการ 238 เสียงฝ่ายค้านที่จะล้มรัฐบาลประยุทธ์ ต้องบวกเพิ่มไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 เสียง
ประเด็นแฉรายวัน ยุทธพงศ์คงเป็นเพียงสีสันทางการเมืองในช่วงที่ยังไม่เปิดสภาฯ ฉายข้อมูลขู่กันเป็นรายวัน เขย่ารัฐนาวาประยุทธ์ให้พอแสบๆ คันๆ ครั้นจะหวังถึงขั้นเช็กบิลรัฐบาลประยุทธ์ให้ล้มกลางสภาฯ ตามคำขู่ คงเป็นไปได้ยากถึงยากมาก.







