นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า…
ไทยตกขบวนรถไฟเส้นทางสายไหมแล้วยังตกเรือซ้ำอีก
1. แม้ประเทศไทยจะทำสัญญากับจีน ทำรถไฟความเร็วสูงก่อนลาวถึง 2 ปี แต่ลาวก็เปิดการเดินรถไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม64 ในขณะที่ไทยทำการก่อสร้างได้เพียง 3.5 กิโลเมตร จากบ้านกลางดงถึงบ้านปางสีดาแถบเขาใหญ่ แม้ทำเสร็จแล้วก็เดินรถไม่ได้ อย่างเร็วถึงปี 2570 ก็จะสร้างเสร็จจากกรุงเทพฯถึงโคราชเท่านั้น ไม่สามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมได้ แม้ว่าจะได้ลงทุนไปถึง 170,000 ล้านบาท ไทยจึงตกรถไฟไปเรียบร้อยแล้ว
2. ตกรถไฟเส้นทางสายไหมยังไม่พอ ยังตกเรือ ในการคมนาคมทางน้ำ ในแม่น้ำโขง จากจีนถึงเวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำ 6 ประเทศ
3. รัฐบาลได้ลงนามเป็นภาคี ปฏิญญาซันย่า เพื่อพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ให้เป็นแม่น้ำแห่งสันติภาพและการพัฒนา พ้นสภาพแม่น้ำแห่งยาเสพติดและอาชญากรรม โดยเฉพาะพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ให้เดินเรือท่องเที่ยวขนาดยักษ์ 6 ประเทศได้ เพื่อนำนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเที่ยว 6 ประเทศ ให้รองรับเรือขนส่ง สินค้าระวางขับน้ำ 500 ตัน เพื่อขนส่งสินค้า ระหว่าง 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง คือจีนพม่าลาวไทย กัมพูชาและเวียดนาม
แต่เมื่อถึงคราวจะลงนาม แผนปฏิบัติการ ไทยก็เบี้ยวเสียดื้อๆ จึงทำให้ 5 ประเทศที่เหลือร่วมพัฒนาแม่น้ำโขงกันต่อไป
ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่มาท่องเที่ยวแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ไม่สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้ และทำให้ประเทศไทยไม่สามารถขนส่งสินค้า โดยทางแม่น้ำโขงไปยัง 5 ประเทศที่เหลือได้ ทำให้สินค้าไทย ที่จะส่งไปทั่วโลก มีทางออกในการขนส่งทางเดียว คือที่แหลมฉบังและมาบตาพุด นี่คือสภาพตกเรือ ซ้ำจากตกรถไฟมาแล้ว
4ใครมาเป็นรัฐบาล จะต้องเร่งรีบ เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเส้นทางสายไหม จากหนองคายถึงเวียงจันทน์ให้เร็วที่สุด เพื่อรับผู้คนจากทั่วโลกเข้ามาเมืองไทย และจากเมืองไทยไปทั่วโลก และจะต้องรีบเข้าร่วม ปฏิญญาซันย่า เพื่อใช้แม่น้ำโขง ในการรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาประเทศไทย และในการส่งสินค้าจากไทย ไปยัง 5 ประเทศ และไปทั่วโลกได้ด้วย