15 ส.ค. 2565 | 05:50:38
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2565
>> สาว 17 ขี่รถ จยย. โดนเฉี่ยวชนหลบหนี เสียชีวิต
08.30 น. มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ชัยนาท รับแจ้งอุบัติเหตุ ถนนหนองพญา-วัดสิงห์ หมู่ 7 ต.หนองน้อย อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปี้ สีเทา ป้ายทะเบียน สระเเก้ว ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชน ทำให้ผู้ขับขี่และรถกระเด็นตกข้างทาง อาสากู้ภัยตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อต่อมา น.ส.อริสสา อายุ 17 ปี
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดสิงห์ เร่งสอบสวนเพื่อหาข้อมูลหลักฐาน และจะติดตามผู้ขับขี่รถคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> “นายกฯ” ห่วงผู้ประสบอุทกภัย จากอิทธิพล “มู่หลาน” เร่งสำรวจความเสียหายหลังน้ำลด
08.50 น. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามผลกระทบจากพายุมู่หลาน ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่รวม 11 จังหวัด 30 อำเภอ 77 ตำบล 410 หมู่บ้าน และยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา น่าน และพิษณุโลก รวม 25 อำเภอ 70 ตำบล 391 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,885 ครัวเรือน
โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงมหาดไทย ประสานจังหวัดที่ประสบภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หน่วยทหาร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ยากต่อการสัญจรเข้าถึงและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ให้เร่งช่วยเหลือออกมาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอให้ผู้ที่อาศัยในพื้นที่บริเวณริมน้ำโขง จ.เลย หนองคาย นครพนม และมุกดาหาร จนถึงอุบลราชธานี ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานจาก กอนช. พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 13-18 ส.ค. 65 นี้
นอกจากนี้ ในส่วนของสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและน่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการ ปภ. จังหวัดให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว และยังได้กำชับ ปภ. ประสานจังหวัดและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการแจ้งเตือนภัย การเผชิญเหตุ การอพยพ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบภาวะฝนตกหนักอย่างเต็มกำลัง เน้นดูแลด้านการดำรงชีพและความปลอดภัยของประชาชน
>> ยอดผู้ติดเชื้อโควิด ประจำวัน
12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ว่า เบื้องต้นมีผู้ป่วยรายใหม่ (รักษาตัวใน รพ.) 1,773 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยในประเทศ 1,773 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 30 ราย
>> นายกฯ ขอความร่วมมือ ปชช. ตรวจ ATK หลังหยุดยาววันแม่แห่งชาติ
13.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เตือนประชาชน ขอให้ทุกคนยังต้องเคร่งครัด ปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันตนเองอย่างรอบด้าน (Universal Prevention) สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมทั้งให้สังเกตอาการตนเอง หลังเดินทางกลับจากการไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้าน เดินทางข้ามจังหวัดในช่วงหยุดยาววันแม่แห่งชาติ หากมีอาการหรือเป็นกลุ่มเสี่ยง ให้ตรวจ ATK ก่อนกลับเข้าทำงานในวันพรุ่งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 ในสถานที่ทำงาน ป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้างได้
>> จับ 2 พี่น้องตระเวนชิงทรัพย์ ใช้ปืนยิงเหยื่อดับ อ้างตกงาน
14.00 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมเจ้าหน้าที่ แถลงจับกุม นายนราธิป (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และ นายชยณัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุฯ” พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ ขนาด .380 รถเก๋ง 2 คัน และทรัพย์สินของกลางที่ได้มาจากการชิงทรัพย์หลายรายการ
สืบเนื่องจาก สองพี่น้อง (ผู้ต้องหา) ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ในหลายพื้นที่ โดยก่อเหตุครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะของผู้เสียหาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง หูฟัง และเงินสดไม่ทราบจำนวน แล้วหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายได้เสียชีวิตที่ รพ.
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพ ซึ่งนายนราธิป เป็นพี่ชาย เป็นคนชักชวนน้องชายมาก่อเหตุชิงทรัพย์ และเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายขัดขืน ส่วนที่ก่อเหตุนั้นประสงค์ต่อทรัพย์อย่างเดียว เพราะไม่ได้ทำงาน และเคยก่อเหตุลักษณะวิ่งราวทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง
>> ปภ.ตือน 7 จังหวัดริมโขง เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นฉับพลัน
15.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานแจ้ง 7 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลัง กอนช. ออกประกาศขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงบริเวณริมแม่น้ำโขงตั้งแต่จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นประมาณ 1.0 – 2.0 เมตร อย่างฉับพลัน ในช่วงวันที่ 14 – 18 ส.ค.นี้
โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด ประชาสัมพันธ์สถานการณ์ในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง และแจ้งเตือนประชาชนที่สัญจร ประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง รวมถึงผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าวให้ติดตามสถานการณ์น้ำและเฝ้าระวังผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขง พร้อมเน้นย้ำให้จังหวัดประสานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
>> ดีอีเอส เตือน ขายบัญชี-เปิดบัญชีม้าให้มิจฉาชีพ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
16.00 น. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง เตือนผู้นำบัญชีธนาคารไปขายให้แก๊งมิจฉาชีพ รวมถึงรับจ้างเปิดบัญชี เพื่อให้มิจฉาชีพใช้เป็นบัญชีม้าในการกระทำผิดฐานฉ้อโกง โดยใช้เป็นช่องทางในการรับเงินและถ่ายโอนเงินจากการกระทำความผิด ป้องกันไม่ให้มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงมาถึงตัว เพื่อใช้หลอกหลวงประชาชน ให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว
เพราะเมื่อมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของแก๊งมิจฉาชีพ เจ้าของบัญชีเงินฝากที่เป็นผู้เปิดบัญชีม้าอาจถูกดำเนินคดีฐานเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนการทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 หรือ มาตรา 86 ทั้งนี้ บัญชีที่ถูกนำไปใช้ในการกระทำผิด จะมีความผิดฐานฟอกเงิน ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542
>> บุกยิงกลางงานแต่ง เสียชีวิต 1 เจ็บ 4 ราย
เวลา 17.00 น. พ.ต.ท.รักเกียรติ์ ปทุมวัลย์ สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งในซอยสุทธิพงศ์ 1/1 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงและเขตดินแดง กทม.ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว 1 หลัง ภายในมีการจัดวางโต๊ะกลม 5 ตัว บริเวณหน้าทางเข้าพบคราบเลือด โดยมีผู้บาดเจ็บถูกยิงจำนวน 5 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี 2 คน, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 2 คน, โรงพยาบาลรามาธิบดี 1 คน ซึ่งต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เนื่องจากถูกยิงที่บริเวณหน้าอก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายณัฐวุฒิ พินิจใหม่
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า บ้านตรงข้ามมีงานเลี้ยงแต่งงานตั้งแต่ช่วงเช้า ส่วนกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าว มีการดื่มกินที่บริเวณโรงรถจุดเกิดเหตุ โดยพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์มาวนดูลาดเลา 1 รอบ ต่อมางานเลี้ยงเสร็จสิ้นแต่กลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวยังมีการกินเลี้ยงกันอยู่จนถึงช่วงเย็น ปรากฏว่ากลุ่มวัยรุ่นขับรถกลับมาจอดที่หน้าบ้าน แล้วคนที่นั่งซ้อนท้ายรถ 2 คัน เป็นผู้ชักปืนยิงเข้ามาที่กลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวหลายนัด แล้วหลบหนีออกไปทางปากซอย
ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวน และตรวจสอบจากล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถกระบะ ชนกับรถจยย. กู้ภัยช่วยทำ CPR ไม่เป็นผล เสียชีวิต
17.53 น. รับแจ้งจากมูลนิธิพุทไธสวรรย์ จุด อ.บางปะหันเหตุ เกิดอุบัติเหตุ ถนนสาย 347 มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองบางปะหัน ก่อนถึงแยกทุ่งมะขามหย่อม ประมาณ 100 เมตร อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ เคอาร์ สีเขียว-ขาว ไม่ติดป้ายทะเบียน เฉี่ยวชนกับรถกระบะ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน กทม. ความรุนแรงทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บาดเจ็บอาการสาหัส อาสากู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นาย สุรศักดิ์ อายุ 37 ปี ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของ สภ.บางปะหัน
>> ไฟไหม้บ้านไม้ 2 ชั้น เสียหายวอดทั้งหลัง
18.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่บ้านท่าแต้ ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
โดยที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น แสงเพลิงได้ลุกไหม้สร้างความความเสียหาย 1 หลัง เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงจาก อบต.ท่าจำปา อบต.ไชยบุรี ทต.ท่าอุเทน ทต.ศรีสงคราม มาช่วยกันใช้หัวฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลามไปบ้านหลังอื่น จนเพลิงสงบในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบ ขณะเกิดเหตุไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุและค่าเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอุเทน
>> รถทัวร์ เสียหลักพลิกตะแคงลงข้างทาง เจ็บหลายราย
21.44 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิชุมพรการกุศล เกิดอุบัติเหตุถนนทางหลวงหมายเลข 4 ฝั่งขาขึ้นมุ่งหน้า กทม. บริเวณก่อนถึงแยกสวี ประมาณ 2 กม. อ.สวี จ.ชุมพร
โดยที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์ ร่วม บขส. สายกรุงเทพมหานคร – สุราษฎร์ธานี สีฟ้า-ขาว ทะเบียน กทม. เสียหลักพลิกตะแคงลงข้างทาง เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยอาสากู้ภัยตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 33 ราย มีอาการสาหัส 1 ราย และอาการไม่สาหัส 7 ราย อาสากู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.สวี และ รพ.ทุ่งตะโก ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี
>> ไฟฟ้าลัดวงจร หวิดวอดทั้งบ้าน
22.49 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2565 ศูนย์วิทยุพระราม199 รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ชื่อชุมชนบ้านบาตร เลขที่ 65 ถนนบ้านบาตร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ประกอบกิจการ ที่พักอาศัย ลักษณะที่เกิดเหตุบ้านไม้ชั้นเดียว ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ โต๊ะ ที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟฟ้า อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
ขณะเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เพศชาย อายุ 19 ปี มีอาการสำลักควัน ประชาชนนำส่งโรงพยาบาลกลางเป็นที่เรียบร้อย พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยภูเขาทอง
>> แผ่นดินไหว ที่เมียนมา
01.08 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.7 แมกนิจูด ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 78 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 15 สิงหาคม 2565 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 595,045,160 ราย รักษาอาการดีขึ้น 568,120,799 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,454,234 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 94,683,ราย เสียชีวิต 1,062,343 คน (เพิ่มขึ้น 10 คน)
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 44,264,911 ราย เสียชีวิต 527,037 คน (เพิ่ม ขึ้น 41 คน)
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 34,299,441 ราย เสียชีวิต 153,064 คน (ยังไม่อัปเดตล่าสุด)
4. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 34,170,286 ราย เสียชีวิต 681,480 คน (เพิ่มขึ้น 83 คน)
5. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 31,535,343 ราย เสียชีวิต 145,698 คน (ยังไม่อัปเดตล่าสุด)
ประเทศไทยอยู่อันดับ 28 ของโลก ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,620,425 ราย (เพิ่มขึ้น 1,773 ราย) เสียชีวิต 31,831 คน (เพิ่มขึ้น 30 คน)
Share this:







